หลังจากเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ผ่านมาได้ 1 เดือน

โดยตลอด 1 เดือน 28/09/2026 – 28/10/2026 ผมกับแฟนชาร์จไฟกันคนละ 3 ครั้ง
รวมชาร์จไฟนอกบ้าน 6 ครั้ง รวมค่าใช้จ่าย 1,259.25 บ.


และใน 1 เดือนนี้ เราวิ่งระยะทาง 1,488 กิโลเมตร ( ไม่นับรวมกับจอดรถเปิดแอร์กินข้าวในรถ นอนเล่นในรถ )
ตอนแรกผมกับแฟนก็เอะใจว่า เราขับแค่ส่งลูกเรียนพิเศษ ขับไปกินข้าว ไปสวนสาธารณะ พาพ่อแม่ไปออกกำลังกาย รับลูก และกินข้าวเย็น เฉลี่ยวันละ 1488 / 30 = 49.6 กม. เลยเหรอ
ก็คุยกันว่า เราขับแค่ในเมืองสุรินทร์ ไม่น่าจะเกินวันละ 10-20 กม.นะ





จึงลองจับ GPS ระยะทางจริงจัง
- ส่งลูกเรียนพิเศษ 4.3 กม.
- ขับไปสวนสมเด็จต่ออีก 4.7 กม.
- กลับบ้าน 7.8 กม.
- รับพ่อแม่ไปเดินสวนใหม่ตอนเย็น …
- กินข้าวเย็น …
- กลับบ้าน …
โอ้ว เฉลี่ยเกือบ 50 กม. / วัน จริงๆด้วย
เมื่อก่อนคิดว่า “ขับน้อย ใช้รถน้ำมันละกัน ไม่ได้ขับเยอะ”
ซึ่งในความจริงคือ “เราขับรถระยะทางจริง ไกลกว่าที่เราคิด”
โดยค่าชาร์จไฟทั้งเดือน 1259.25 บ. นี้ เราใช้จุดบริการชาร์จไฟในสุรินทร์ ค่าบริการหน่วยละ 5.9 บ.
จึงเห็นตรงกันว่า ชาร์จไฟที่บ้านน่าจะประหยัดได้อีก ถึงเวลาต้องติด Wall charge



หลังจากติด Wall Charge ก็ต้องเปลี่ยนมิเตอร์ไฟบ้านจาก 15/45 แอมป์ เป็น 30/100 แอมป์
ไปติดต่อการไฟฟ้า เปลี่ยนมิเตอร์เป็น 30/100 ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
จากชาร์จข้างนอกหน่วยละ 5.9 บ. ตอนนี้เราชาร์จที่บ้านหน่วยละ 4.3 บ. ( รวมค่า FT และ VAT แล้ว )
ลองคำนวนค่าใช้จ่าย
วิ่งรถ 1 เดือน = 1488 กม.
ค่าน้ำมัน ( เมื่อก่อน ) ประมาณ 3,xxx บ.
ชาร์จนอกบ้าน ( 5.9 บ. ) = 1,259.25 บ.
ถ้าเราชาร์จที่บ้าน ( 4.3 บ. ) = เราก็จะจ่ายค่าไฟเพียง 917.75 บ.
ตกกิโบเมตรละ 917.75 / 1488 = 0.6 บ.

แล้วถ้าชาร์จด้วยไฟ TOU ( off-peak ) น่าจะเหลือ 500 – 600 บ/เดือน หรือ กม.ละ 0.3-0.4 บาท
TNK.